ช่วงวันหยุดนี้ ได้ขุดเกมเก่าที่เคยเล่นไปได้ไกลพอควรและเลิกเล่นไปกลางคันเพราะทนความยากมหาโหดของมันไม่ไหว มันคือ Berwick Saga ภาคต่อของ series Tearing Saga น่ะเอง

Berwick saga เป็นเกมของค่าย enterbrain ซึ่งเดิมเหมือนจะเป็นทีมที่ทำ Fire Emblem series ในภาคแรกๆ ให้ปู่นิน แต่ภายหลังแยกสตูดิโอออกมาทำ เลยติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์เอาชื่อ Fire emblem มาใช้ไม่ได้
Fire emblem series ในภาคแรกๆ เป็นเกมวางแผนการรบที่ขึ้นชื่อด้านความโหด ตัวละครตายแล้วตายเลย ฝั่งศัตรูและฝั่งเรา ความสามารถแทบจะพอๆ กัน เรียกว่าถ้าสู้ 1 ต่อ 1 ฝั่งเราอาจจะตายได้ง่ายๆ และการชวนเพื่อนบางคนที่อยู่กลางฝูงศัตรู ต้องเอาคนนั้นไปคุยเท่านั้น ไม่งั้นก็จะหมดโอกาสได้เพื่อนไป รวมถึงการไม่มีการเซฟระหว่างฉากแบบที่เดินพลาดแล้วถอยได้ ดังนั้น ถ้าพลาดก็คือเริ่มเล่นตั้งแต่ต้นฉากใหม่
แต่ด้วยความยากสะใจ และการวางแผนที่ต้องนับช่องนับพลังโจมตีมาหักลบกันแบบตั้งใจคำนวณนี้เอง ที่ทำให้ Fire Emblem กลายเป็นเกมวางแผน turn base ที่เล่นสนุกที่สุดเกมนึง
แต่หลังจาก nintendo เริ่มทำเองและออก FE ลงใน GBA ให้ลดความยากลง ทำให้เกม series นี้หมดสนุกไปเยอะ
ขณะที่ Tearing saga ที่ enterbrain มาทำ กลับยังดูมีความเป็น FE สูงกว่าและเล่นสนุกกว่า
Fire emblem จะมีเอกลักษณ์อยู่อย่างคือ การแบ่งแยกชนชั้นด้วยหน้าตาตัวละคร

รีส ตัวเอกที่เป็น lord ตามปกติของ series แต่ดันผมทอง (series fire emblem พระเอกมักจะผมสีน้ำเงิน)

Ward : ตาแก่ paladin ที่จะต้องมีมาคู่กับพระเอกในตอนเริ่ม stat สูงๆ แต่ใช้ยังไงก็จะไม่เก่งขึ้น

Adel : ลูกกระจ้อกของพระเอก ตัวละครขี่ม้าหน้าตาดาดๆ ที่ปกติมักเป็นตัวกระจอกไว้เก็บเข้ากรุ แต่ภาคนี้กลับกลายเป็นตัวพอใช้ได้

Fei : นักดาบสาวที่คุ้นทั้งหน้าและชื่อ โดยปกติ job นี้หน้าตางี้ ฟันธงได้เลยว่าต้องเก่ง แต่ด้วยอัตราการขึ้น stat ที่เพี้ยนๆของภาคนี้ ทำให้ผมเล่นมา 8 lvl คุณเธอก็ยังมี stat เท่า lvl 1 ทุกประการ (ท่าจะแย่)

ลูเฟีย : กฏของ loli ในเกม FE บอกไว้ว่ายิ่งตัวละครหน้าเด็ก คนนั้นยิ่งเก่ง แต่อ่านใน FAQS กลับบอกว่าตัวนี้ห่วยซะไม่มี ขณะที่ตัวหน้าดาดๆ ดันเก่ง อีกสาเหตุที่ทำให้ภาคนี้ไม่ดัง

Larentia : Dragon knight ตามปกติ series FE จะมีสามสาวเพกาซัส และเจ๊ขี่มังกรเป็นพวก แต่ภาคนี้กลับไม่มี และตัวนี้กลับเป็น unit บินคนเดียวในเกม
ใน Berwick saga ก็ยังคงพยายามรักษาความเป็น FE นั่นคือ ความยากบ้าเลือด การ lv up ที่ถ้าโชคร้ายก็อาจไม่มี stat อะไรขึ้นเลย การเล่นไปเป็น ชม. แล้วพลาดช่องเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ ยังมีอยู่ใน Berwick Saga แต่ก็พยายามที่จะใส่อะไรใหม่ๆไปด้วยเช่นกัน
แต่แล้วการพยายามใส่ลูกเล่นอะไรใหม่ๆ เข้าไป กลับทำให้กลายเป็นความผิดพลาด (ที่น่าจะทำให้เกมนี้ไม่ดังเหมือน Tearing หรือ FE )
เริ่มจาก
- การเปลี่ยนระบบ turn base ให้กลายเป็น turn base แบบที่เรากับศัตรูผลัดกันเดินทีละตัว แทนที่จะเป็นทีละกลุ่ม ผลคือ ทำให้ยากจะคำนวนการเดินของศัตรูได้ จนต้องใช้โชคมาลุ้นว่าศัตรูจะเดินตัวไหนต่อไป
- ระบบอาวุธพัง ที่มองไม่เห็นว่าใช้ได้อีกกี่ครั้งและ random พัง ทำให้ต้องใช้ดวงอีกตามเคย
- อัตรา hit % ต่ำ ทำให้คำนวนการโจมตีศัตรูถึงตายไม่ได้ เพราะต้องโชคดีถึงจะตีโดน
- อัตราเพิ่ม stat หลัง lv up ต่ำมาก ทำให้ถ้าโชคร้าย lv up 5 lv ก็ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมา ทังๆที่ เล่นไปทั้งเกมอาจมี lv ขึ้นแค่ 30 lv
- การต้องใช้เงินจ้างเพื่อนไปเรื่อยๆ แต่ให้เงินมาน้อย และวิธีเก็บเงินก็ยังต้องใช้ดวงในการจับศัตรูมาขึ้นเงิน (เพราะจะจับศัตรูได้ ต้องใช้ skilll ที่ไม่แน่ว่าจะเกิด)
- ตัวละครหน้าตาดีไม่เก่ง ตัวละครหน้าตาดาดๆ ดันเก่ง (สำคัญมาก)
ผลก็คือ เกมนี้กลายเป็นเกมที่ยาก เพราะความคาดเดาอะไรไม่ได้ เน้นดวงเฮงมากกว่าการวางแผน และการวางแผนที่ดี ก็ยังอาจช่วยได้แค่ 50%
มันเลยไม่ใช่เกมวางแผนการรบอีกต่อไป แต่กลายเป็นเกมกระดานโยนลูกเต๋าแทน
ตอนนี้ผมก็ยังแถกเล่นเกมนี้อยู่จนพ้นฉากที่เคยเล่นถึงเดิม และก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นถึงสาเหตุที่ทำให้เกมนี้ไม่ดังเท่าที่ควร รู้สึกเสียดายเหมือนกันเพราะ series Fire emblem เองนับวันก็ดูจะง่ายขึ้นและไม่สนุกเหมือนก่อน ถ้า series tearing นี้ไม่มีภาคใหม่ออกมา ก็คงจะหมดเกมเล่นไปอีกเกม
สงกรานต์นี้จะเล่นจบมั้ยน้า......
ไม่สิ
จะมีวันเล่นเกมนี้จบมั้ยน้า.......

Berwick saga เป็นเกมของค่าย enterbrain ซึ่งเดิมเหมือนจะเป็นทีมที่ทำ Fire Emblem series ในภาคแรกๆ ให้ปู่นิน แต่ภายหลังแยกสตูดิโอออกมาทำ เลยติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์เอาชื่อ Fire emblem มาใช้ไม่ได้
Fire emblem series ในภาคแรกๆ เป็นเกมวางแผนการรบที่ขึ้นชื่อด้านความโหด ตัวละครตายแล้วตายเลย ฝั่งศัตรูและฝั่งเรา ความสามารถแทบจะพอๆ กัน เรียกว่าถ้าสู้ 1 ต่อ 1 ฝั่งเราอาจจะตายได้ง่ายๆ และการชวนเพื่อนบางคนที่อยู่กลางฝูงศัตรู ต้องเอาคนนั้นไปคุยเท่านั้น ไม่งั้นก็จะหมดโอกาสได้เพื่อนไป รวมถึงการไม่มีการเซฟระหว่างฉากแบบที่เดินพลาดแล้วถอยได้ ดังนั้น ถ้าพลาดก็คือเริ่มเล่นตั้งแต่ต้นฉากใหม่
แต่ด้วยความยากสะใจ และการวางแผนที่ต้องนับช่องนับพลังโจมตีมาหักลบกันแบบตั้งใจคำนวณนี้เอง ที่ทำให้ Fire Emblem กลายเป็นเกมวางแผน turn base ที่เล่นสนุกที่สุดเกมนึง
แต่หลังจาก nintendo เริ่มทำเองและออก FE ลงใน GBA ให้ลดความยากลง ทำให้เกม series นี้หมดสนุกไปเยอะ
ขณะที่ Tearing saga ที่ enterbrain มาทำ กลับยังดูมีความเป็น FE สูงกว่าและเล่นสนุกกว่า
Fire emblem จะมีเอกลักษณ์อยู่อย่างคือ การแบ่งแยกชนชั้นด้วยหน้าตาตัวละคร

รีส ตัวเอกที่เป็น lord ตามปกติของ series แต่ดันผมทอง (series fire emblem พระเอกมักจะผมสีน้ำเงิน)

Ward : ตาแก่ paladin ที่จะต้องมีมาคู่กับพระเอกในตอนเริ่ม stat สูงๆ แต่ใช้ยังไงก็จะไม่เก่งขึ้น

Adel : ลูกกระจ้อกของพระเอก ตัวละครขี่ม้าหน้าตาดาดๆ ที่ปกติมักเป็นตัวกระจอกไว้เก็บเข้ากรุ แต่ภาคนี้กลับกลายเป็นตัวพอใช้ได้

Fei : นักดาบสาวที่คุ้นทั้งหน้าและชื่อ โดยปกติ job นี้หน้าตางี้ ฟันธงได้เลยว่าต้องเก่ง แต่ด้วยอัตราการขึ้น stat ที่เพี้ยนๆของภาคนี้ ทำให้ผมเล่นมา 8 lvl คุณเธอก็ยังมี stat เท่า lvl 1 ทุกประการ (ท่าจะแย่)

ลูเฟีย : กฏของ loli ในเกม FE บอกไว้ว่ายิ่งตัวละครหน้าเด็ก คนนั้นยิ่งเก่ง แต่อ่านใน FAQS กลับบอกว่าตัวนี้ห่วยซะไม่มี ขณะที่ตัวหน้าดาดๆ ดันเก่ง อีกสาเหตุที่ทำให้ภาคนี้ไม่ดัง

Larentia : Dragon knight ตามปกติ series FE จะมีสามสาวเพกาซัส และเจ๊ขี่มังกรเป็นพวก แต่ภาคนี้กลับไม่มี และตัวนี้กลับเป็น unit บินคนเดียวในเกม
ใน Berwick saga ก็ยังคงพยายามรักษาความเป็น FE นั่นคือ ความยากบ้าเลือด การ lv up ที่ถ้าโชคร้ายก็อาจไม่มี stat อะไรขึ้นเลย การเล่นไปเป็น ชม. แล้วพลาดช่องเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ ยังมีอยู่ใน Berwick Saga แต่ก็พยายามที่จะใส่อะไรใหม่ๆไปด้วยเช่นกัน
แต่แล้วการพยายามใส่ลูกเล่นอะไรใหม่ๆ เข้าไป กลับทำให้กลายเป็นความผิดพลาด (ที่น่าจะทำให้เกมนี้ไม่ดังเหมือน Tearing หรือ FE )
เริ่มจาก
- การเปลี่ยนระบบ turn base ให้กลายเป็น turn base แบบที่เรากับศัตรูผลัดกันเดินทีละตัว แทนที่จะเป็นทีละกลุ่ม ผลคือ ทำให้ยากจะคำนวนการเดินของศัตรูได้ จนต้องใช้โชคมาลุ้นว่าศัตรูจะเดินตัวไหนต่อไป
- ระบบอาวุธพัง ที่มองไม่เห็นว่าใช้ได้อีกกี่ครั้งและ random พัง ทำให้ต้องใช้ดวงอีกตามเคย
- อัตรา hit % ต่ำ ทำให้คำนวนการโจมตีศัตรูถึงตายไม่ได้ เพราะต้องโชคดีถึงจะตีโดน
- อัตราเพิ่ม stat หลัง lv up ต่ำมาก ทำให้ถ้าโชคร้าย lv up 5 lv ก็ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมา ทังๆที่ เล่นไปทั้งเกมอาจมี lv ขึ้นแค่ 30 lv
- การต้องใช้เงินจ้างเพื่อนไปเรื่อยๆ แต่ให้เงินมาน้อย และวิธีเก็บเงินก็ยังต้องใช้ดวงในการจับศัตรูมาขึ้นเงิน (เพราะจะจับศัตรูได้ ต้องใช้ skilll ที่ไม่แน่ว่าจะเกิด)
- ตัวละครหน้าตาดีไม่เก่ง ตัวละครหน้าตาดาดๆ ดันเก่ง (สำคัญมาก)
ผลก็คือ เกมนี้กลายเป็นเกมที่ยาก เพราะความคาดเดาอะไรไม่ได้ เน้นดวงเฮงมากกว่าการวางแผน และการวางแผนที่ดี ก็ยังอาจช่วยได้แค่ 50%
มันเลยไม่ใช่เกมวางแผนการรบอีกต่อไป แต่กลายเป็นเกมกระดานโยนลูกเต๋าแทน
ตอนนี้ผมก็ยังแถกเล่นเกมนี้อยู่จนพ้นฉากที่เคยเล่นถึงเดิม และก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นถึงสาเหตุที่ทำให้เกมนี้ไม่ดังเท่าที่ควร รู้สึกเสียดายเหมือนกันเพราะ series Fire emblem เองนับวันก็ดูจะง่ายขึ้นและไม่สนุกเหมือนก่อน ถ้า series tearing นี้ไม่มีภาคใหม่ออกมา ก็คงจะหมดเกมเล่นไปอีกเกม
สงกรานต์นี้จะเล่นจบมั้ยน้า......
ไม่สิ
จะมีวันเล่นเกมนี้จบมั้ยน้า.......


