Addicted-To-Game

คิดว่าถ้าไม่เขียน blog ซะหน่อย แรงบันดาลใจในการเขียน คงหมดไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็น Blog ไร้อนาคตไวไปหน่อย เลยเขียนซะแต่พองาม

ตอนแรกกะจะเก็บ FF XII ไว้เล่นหลังจากภาค Eng ออก แต่ก็ไปเอามาเล่นจนจบจนได้ (สรุปว่าในปีนี้ ขุด FF7,8,9,10 มาเล่นจบใหม่หมด 3,5,6 รอ remake 1,2,4,X-2 เล่นจนเบื่อแล้ว)
อาทิตย์ที่ผ่านมา เล่นไปเวลารวมเกือบ 60 ชม. ในที่สุดก็จบ ยังไม่ได้ทำเควสย่อยทั้งหลายแหล่เลย (เก็บไว้เล่นรอบ 2 ภาค Eng)

ภาคนี้ระบบเปลี่ยนไป หน้ามือเป็นหลังเซี่ยงจี๊ ระบบกลายเป็นเหมือน FF XI online เหมือนเกม online ที่ไว้เล่น offline แถมยังมีระบบ bot ให้เซ็ทอีกตะหาก เวลาเก็บ lvl สามารถไปเรียกเด็กอนุบาลมาบังคับเดินไปเดินมา มันจะตีๆ รักษาๆ ให้เอง ถ้าศัตรูไม่เก่งนักก็ทำได้สบายๆ

ฉาก CG เปิดตัวอลังการ แต่ CG ในเกมกลับไม่ค่อยมีอะไร ไปโชว์พาวอีกทีตอนจบและก่อนจบ เพลงจบ Kiss Me Goodbye ร้องโดยสาวแว่นสุดน่ารัก Angela Aki ... สาวแว่นสุดยอด!!

เนื้อเรื่องภาคนี้ ไม่ยักกะมีเรื่องรักๆใคร่ๆมากนัก ถ้าเทียบกับ FF ภาคที่ผ่านๆมาในช่วงหลังๆ (ไม่นับ 1-2-3 ที่ยังไม่เน้นตัวละครนัก) จะต้องมีคู่พระนาง ยกเว้น FF6 ที่นางเอก พระเอก ไม่ใช่ตัวเอก ภาคนี้ นางเอกก็กลายเป็นตัวเอก ส่วนไอ้ตัวที่โฆษณาว่าพระเอกกลายเป็นตัวประกอบเต็มขั้น ซิด ที่อยู่คู่ FF มาตัั้งแต่ภาค 3 ก็กลายเป็นผู้ร้ายเต็มขั้น ด้านเนื้อเรื่อง เลยอาจจะไม่ซาบซึ้งเท่าภาคที่มีเรื่องรักๆใครๆที่ดราม่าได้มากกว่า แต่ถ้านับโดยรวม เนื้อเรื่องอาจจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีการเมือง ทั้งฝ่ายพระเอก เพื่อน ตัวประกอบ และผู้ร้าย ไม่มีใครเป็นคนดีคนเลว ต่างฝ่ายต่างทำเพื่ออุดมการณ์ แต่วิธีการและแนวคิดต่างกัน

คาแรกเตอร์พระเอก ยังคงเสี่ยวต่อเนื่องจากภาค 10 สไตล์ J-pop นางเอก หรือตัวเอกตัวจริง ชุดสุดเฉี่ยว หน้าตาเป็นฝรั่งมากขึ้น น่าจะขายดีในอเมริกา การทำโมเดลตัวละคร ทำได้ดีจนแทบไม่ต้องพึ่ง CG ในการแสดงอารมณ์เลยในเกม เก็บรายละเอียดทั้งตัวประกอบและตัวเอกได้ดีมากๆ ช่วงมี cutscene เป็น CG นี่ บางช่วงแทบไม่รู้สึกจำเป็นเลย เพราะฉากธรรมดา ทำมาได้ดี

นางเอก ยืนแอ่นท่าโจโจ


Balfier & Fran คู่พระนางตัวจริงประจำภาค


สรุปว่า series FF ยังคงเป็นเกมที่เล่นสนุกอยู่ดี ภาคนี้เสียที่ dungeon ยาวไปหน่อย และลดความจำเป็นของมนต์อสูรลง แต่ก็ยังรู้สึกว่าคงเอามาเล่นซ้ำในภาค Eng และเก็บ lv99 ไปสู้บอสลับอีกเช่นเคย

คาดว่าภาคนี้ จะสู้บอสลับได้ คงกินเวลาเล่นไปซัก 100 ชม. พอๆกับ FF-X
.
.
.
.
ไปขุด FFX-2 มาเล่นรอ FF3 ดีกว่า
หลังจากที่มี PSP มาประดับบ้านอยู่นาน (พี่ชายใช้เล่น emu gameboy/SFC/FC = =" ) เพราะไปซื้อมาเป็น firmware 2.6 ตอนนี้ ก็มีตัว downgrade firmware 2.5/2.6 to 1.5 ออกมาซะที

download ได้ที่เนี่ย
http://www.flashfly.net/forums/viewtopic.php?t=77367
แล้วยัด devhook .43 ไปเป็นตัวเปิดเกม


ความรู้สึกหลังจากลองเล่นเกม เออ ภาพเจ๋ง จอเป็น widescreen เท่ดี แต่ปรากฎว่า

"ไม่มีเกมเล่น"

เกมส่วนใหญ่ของ PSP ที่น่าเล่นเป็นเกม portable ที่เคยเล่นๆมาแล้วจากเครื่องอื่น ถ้า rpg ก็เป็นภาษา jap ซะเยอะ และส่วนตัวก็ไม่ชอบเล่นเกมแนวฝรั่งพวก GTA รึ outrun นับไปนับมา หาเกมเล่นแทบไม่ได้ tekken หรือ monster hunter ก็ได้แค่เล่นในวงแลน? ไหง DS เกมมันเล่น online ได้เยอะแยะแล้ว PSP ไม่ค่อยมีอ้ะ


PSP เลยเป็นที่ทับกระดาษต่อไป


วันนี้ หลังจากโดนยึด psp ไปช่วงเช้า ทำให้ผมเจอสุญญากาศการเล่นเกม เล่น valkyrie profile : lenneth ต่อไม่ได้ ด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านและเน็ตห่วย เลยลองขุดหาเกมด้วยเงื่อนไข เป็นเกมเก่าๆ size เล็กๆ และเล่นสนุกมาลองเล่นมั่ง เลยนึกถึง star control 2 ที่เห็นจาก blog ป๋าแด้ขึ้นมา

หลังจาก google ด้วย keyword "Star Control 2" ก็พบว่ามีการ port เกมนี้จาก dos มาเป็น win XP และมีให้ d/l ได้ที่เนี่ย http://sc2.sourceforge.net/downloads.php งานนี้เลยมีการขุดเกมเก่ามาเล่นใหม่

Star Control เป็นเกมแนว Shooting Rpg!? โคตะระเก่าแต่คลาสสิก และแทบจะไม่เห็นเกมไหนที่ทำออกมาในแนวนี้อีกเลย โดยเราจะบังคับยานกระจอกลำนึง คอยไปเก็บแร่และติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวต่างๆ เพื่อซ่องสุมกำลังไปปราบ Ur-Quan (ใช่ชื่อนี้มั้ง) มนุษย์ต่างดาวที่ทำตัวเป็นเจ้าพ่อจักรวาล จุดเด่นของเกมนี้ น่าจะเป็น map ที่ดูแล้วกว้างเสียเหลือเกิน มี galaxy นับ 100 ดาวต่างๆที่ไปแวะได้เกือบพัน มีมนุษย์ต่างดาวที่อาจจะเป็นมิตรหรือศัตรู ขึ้นอยู่กับการคุยของเรา

พ่อค้าอวกาศ ที่หาตัวเจอยากชิบ


ชาว spathi สุดป้อด ที่ตั้งตัวแข็งข้อกับ Ur-Quan เพราะความซุ่มซ่ามหยิบคำตอบส่งไปผิด



ฉากต่อสู้ในเกมจะเป็นเหมือนเกม shooting มองจากด้านบน โดยมี VS mode ซึ่งสามารถเอายานต่างๆมาสู้กันได้


จากครั้งแรกที่เล่นเกมนี้เมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน ตอนนั้นเล่นไปได้ไม่ถึงไหน (เพราะทน map มันไม่ไหว ใหญ่จัด และเนื้อเรื่องคืบทีละกระดึ้บ)

จุดอ่อนของเกมนี้คือ มันไม่มี journal!! มีการบอกพิกัดดาวต่างๆมา แต่ในเกมไม่มีอะไรที่ช่วยเราจำ (นอกจากวงแสดงอาณาเขตแบบคร่าวๆ) ดังนั้น เล่นไปก็ต้องคอย note ข้อมูลต่างๆ เป็นเหตุให้เล่นไม่จบได้ง่ายๆถ้าไม่เล่นต่อเนื่อง

แล้วคราวนี้จะจบมั้ยเนี่ย