Photo-Journal

update สัตว์น้ำที่บ้าน
 
Full red 3 เดือนกว่า ในตู้โสๆ   





Full red swallow มั่ง   (มี 4 ตัว ตายเรียบเหลือตัวเดียว   Embarrassed  ตอนอากาศเย็นช่วงมกรา  )



Metal king cobra  3 เดือนกว่าเหมือนกัน  (ไหงมันไม่ยักมีสีเหลืองเหมือนตัวพ่อ)


ออกมาสีจืดๆ หมด  แต่ลายหางละเอียดกว่าตัวพ่อหน่อย


หมดมุกแล้ว



มี Metal king cobra blue  เอาไปลงอ่างบัวหมด สะท้อนแดดสวยดี แต่พอตักมาใส่ตู้ ลายหางมันแหว่งๆ ตรงกลางอะครับ สงสัยเพราะเจอยีนส์ grass   ไว้โตๆ มาค่อยตักมาดูอีกที


ตอนนี้ นอกใจหางนกยูง หันมาปันใจให้กุ้งเคร  Grin   สีมันแสบตาดี

bright orange




สัตว์ประหลาด





กุ้งบลู   โคตรขี้อาย แถมสียังไม่ค่อยสดอีกอ้ะ


มุดทั้งวัน แต่เห็นงี้กลางคืนเคยแอบย่องมางาบม้าลาย gmo ไปตัว  เลยต้องแยกเลี้ยง

 
ไม่ได้ up blog มานานมาก เพราะี่ผมเริ่มเรียน ป.โท + งานช่วงนี้ที่เรื่อยๆ มันก็เริ่มเรื่อยๆๆๆ (หลายเรื่อย)มากขึ้น เลยไม่ค่อยมีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากอ่านการ์ตูนกะเล่นเกมมากนัก

ช่วงนี้ผมเริ่มสนุกกะการเลี้ยงปลาหางนกยูง (จริงๆ ก็เริ่มเลี้ยงมาซัก 3-4 เดือนละ) ปลาหางนกยูง เป็นอะไรที่ชาวบ้านปกติ (รวมทั้งผมเมื่อ 3-4 เดือนก่อน) คิดว่ามันเป็นปลาที่เลี้ยงง่่าย อึด ถึก บึก แต่หลังจากการเดี้ยงของปลาหางนกยูงพันธ์กะลามังกว่าร้อยในอ่างบัวช่วงระยะเวลา 3-4 เดือน ผมก็พบว่าไอ้ปลาหางนกยูงนี่ มันเลี้ยงไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว เทียบกับปลาอื่นๆ ที่เลี้ยงพร้อมกัน ปลาอื่นแทบไม่มีตัวไหนตายเลย
** หางนกยูงพันธุ์กะลามัง คือ หางนกยูงตัวละ 2 บาท วางขายในกะลามังที่จตุจักร ด้วยสภาพแวดล้อมที่ชวนให้คิดว่าถ้าปลาไม่แข็งแรงจริง ไม่น่าจะอยู่รอดมาได้


หลังลองผิดลองถูกมานาน ผมก็เริ่มลงปลาหางนกยูงแบบมีสายพันธุ์นิดนึง พร้อมซื้อตู้ปลา โดยกะว่าจะไปปล่อยลูกหลานมันลงอ่างบัวเพื่อยกระดับอ่างบัวให้ดูดีขึ้น

เนื่องจากซื้อตู้ปลากะลงปลาใหม่น้ำใสๆ เลยถ่ายซะก่อนที่ตู้จะเน่า

ร้านเขาบอกว่าพันธุ์เมดูซ่า ใช่ไม่ใช่ไอ้ผมก็ดูไม่เป็นเหมือนกัน แค่เห็นว่าสวยดี



หางนกยูงที่เห็นตัวสวยๆ จะเป็นตัวผู้ ส่วนตัวเมียจะตัวใหญ่กว่า แต่ไม่ค่อยมีลวดลายอะไร




ว่ายหน้าทิ่มเข้ามา ดูตลกดี


ส่วนนี่เป็นอีกตู้ที่อยู่มาเกือบเดือน ตู้เริ่มไม่ใสละ แถมวันนี้ยังแสดงอาการเกาะกลุ่มแปลกๆ >.<" จะเดี้ยงมั้ยเนี่ย (พันธุ์ red grass ด้านหน้าคือตัวผู้ ด้่นหลังคือตัวเมีย)


fish-ass eye view ท้องบวมเป่ง ไม่รู้ว่าท้อง หรือว่าอาหารเต็มท้องกันแน่



อีกตู้ เพาะพันธุ์กุ้งเชอรี่ ตัวกะปิ้ดมาก



โลกมันกลม



แด~~~~~ง (ยิ่งแดง มันจะยิ่งเร็ว 3 เท่ามั้ยเนี่ย)




ลูกกุ้งขนาดไม่ถึงเซ็น ยังไม่แดงงงงง



ว่างๆ ทำความสะอาดตู้แล้วถ่ายเพิ่มดีกว่า (ถ้ามันยังไม่เดี้ยงกันหมดซะก่อน)
ห้าทุ่มวันอาทิตย์อันสุดแสนจะเอื่อยเฉื่อยและขี้เกียจ...

อาทิตย์นึงผ่านไปกับการออกทริป portrait ล่าสุด แต่ผมก็ยังขี้เกียจเขียนและขี้เกียจแต่งรูปยังไงก็ไม่รู้....

เอาเป็นลุยด้วยรูปเลยละกัน

จากฝั่งศรีราชา ชลบุรี มีท่าเรือข้ามฟากไปยังเกาะสีชังได้ มีเรือออกทุก ชม. เช้าจรดเย็น

ท่าเรือที่เกาะสีชัง มองจากบนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่


หลังจากข้ามฝั่ง เราสามารถเหมารถสกายแล็บ (ดูไงๆ ก็ตุ๊กตุ๊ก) เที่ยวเกาะได้ราคาคันละ 150 หรือ 250 บาทแล้วนี่ล่ะ

ปล. ปกติเค้าคงไม่ให้ขับเอง / ปล.2 เวลาแวะที่ไหน คนขับอาจจะหายไปวิ่งทำรอบ ให้นัดเวลากับเค้าให้แน่นอน

ที่แรกที่ไปแวะคืออุทยาน ร.2 แต่เพราะเป็น portrait trip เลยไม่ค่อยมีรูปวิวอีกตามเคย
ในอุทยาน ร.2 จะมีสะพานยื่นไปในทะเลเป็นจุดชมวิว และที่แวะถ่ายรูป ส่วนด้านบนจะมีวัดอัษฎางค์(เขียนไม่ถูก) และด้านหน้าจะมีศูนย์พิพิฒภัณฑ์ทางทะเล (ไม่มีเวลาแวะ)


น้ำเขียวๆ


กรอบหน้าต่าง


ชอบรูปหมู่แบบนี้นะ (สมดุลแบบไม่สมมาตร) แต่มันจะไม่สามารถออกมาได้เวลาตั้งใจถ่ายทุกที



ต้นไม้เขียวๆ.. ชอบแบบไม่มีเหตุผล

เดินไปเดินมา ไม่ถึงวัดอัษฎางค์ก็ขี้เกียจซะก่อน เดี๋ยวจะเที่ยวไม่ครบ (ไปถึงเที่ยง ต้องกลับ 6 โมง)


ย้ายที่มานั่งเหงากันในหาดถ้ำพัง ชายหาดที่เล่นน้ำได้แห่งเดียวในสีชัง
(โลกเอียงแต่ขี้เกียจแต่งแก้แล้ว)





ชายหาดก็ต้องคู่กับเลนส์ wide


เด็กแนวอยากเข้ากล้อง (มือนึงดูดนิ้ว มือนึงเกาตูด คงอร่อยน่าดู)
ดูสีหน้ามัน = =


มาทะเล ก็ต้องถ่ายกะหาดทรายนิดนึง

แล้วก็ย้ายที่ต่อไปยังช่องเขาขาด ที่ดูจากในเกาะไม่เห็นมันขาด ต้องลงทุนนั่งเรือไปดู


รูปหินแถวนั้น ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับชื่อช่องเขาขาด


รูปหินแถวนั้น ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับชื่อช่องเขาขาด #2

ต่อจากช่องเขาขาด ก็นั่งรถไปที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา เดินไปถึงยอด นับได้ประมาณ 130 กว่าขั้น

วัดจีน เลยมีเสามังกร


เจ้าพ่อเขาใหญ่ อยู่ในถ้ำ และมีที่ให้สักการะบูชา


ถ้าไม่อยากเดินลง มีทางลัด เป็นรถราง (~ดูจากสภาพเก้าอี้และความชันของเขา ผมยอมเดินขึนลงเองดีกว่านั่งไอ้นี่)

เกือบหกโมง ได้เวลาเผ่นกลับก่อนเรือเที่ยวสุดท้ายจะออก


รีบไปจองที่นั่งชั้นพิเศษบนเรือ

ระหว่างทางไปกลับ จะสังเกตเห็นเรือขนาดใหญ่จอดลอยอยู่กลางทะเลเยอะมาก คาดว่าเนื่องจากเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ แต่บริเวณนั้นมีท่าเรือน้ำลึกจำกัด เลยใช้การถ่ายสินค้ากลางทะเลแทน (เดาล้วนๆ)


กลับถึงฝั่งศรีราชา จะมีศาลเจ้าแม่กวนอิม อยู่ริมฝั่ง (ไม่มีเวลาแวะตามเคย)

และแล้วก็จบทริปเร่งรีบ เช้าเย็นกลับ ไปอีกทริป


เพิ่มรูป


















edit @ 2007/05/22 00:41:04