Review-Comic

2006/Jul/19

วันนี้จู่ๆ ก็มีการ์ตูนชื่อเดียวกัน 2 version 2 คนเขียน ของคนละ สนพ.กัน ออกมาพร้อมกัน แต่จริงๆ ผมก็พอจะเคยได้ยินชื่อเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ว่าเป็นนิยายดังที่เอาไปทำเป็นละครและหนังโรง เลยหยิบมาอ่านทั้งสองเวอร์ชั่น (จริงๆน้องชายเป็นคนซื้อทั้งสองเล่ม :P )


Densha otoko เป็นเรื่องราวของหนุ่มโสดสนิทตลอดชีวิต 22 ฝน ผู้เป็นโอตาคุ (พวก mania ในเรื่องคือ พวกบ้าเกมส์ / การ์ตูน) แล้ววันหนึ่ง ขณะขึ้นรถไฟกลับบ้านตามปกติ เค้าก็ได้บังเอิญไปช่วยสาวสวยคนนึงจากชายขี้เมาที่มาลวนลาม สาวเจ้าเลยขอที่อยู่เพื่อจะได้ส่งของขวัญไปขอบคุณ เจ้าหนุ่มรถไฟที่ได้รับของขวัญ ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เลยไปปรึกษาในอินเตอร์เน็ต channel2 ( bbs แห่งนึง) แล้วเหล่าเพื่อนๆทั้งหลาย ก็ได้ช่วยลุ้นช่วยแนะนำ้หนุ่มรถไฟ ในการจีบสาวเป็นครั้งแรกในชีวิต



ver. ของ NED เขียนโดย hara hidenori ส่วนตัวชอบเรื่องที่คนเขียนคนนี้เขียนอย่าง come on my house (มาบ้านฉันสิ/square project) และ winter story (รักใสๆอุ่นในไอหนาว/VBK) ซึ่งทั้งสองเรื่อง ก็เป็นเรื่องแนวรัก ๆ ที่เขียนได้ดี (แม้จะทำร้ายจิตใจคนอ่านพอดู T T )
สำหรับเรื่อง densha นี้ ก็เขียนออกมาได้สนุกดี (เรื่องต้นฉบับเดิมมันก็น่าจะสนุกอยู่แล้วนิ) จะค่อนข้างเดินเรื่องเน้นพระเอกกับนางเอก ออกดราม่ามากกว่าเวอร์ชั่นของบงกช แต่อ่านๆดูแล้ว พระเอกมันไม่ค่อยจะโอตาคุเลยแฮะ มันวาดซะดูดีตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า (แค่เซอร์หน่อย)





ส่วน ver. บงกช เขียนโดย daisuke douke (จริงๆบงกชยังมีเรื่องนี้ version อื่นอีก เป็นเล่มเดียวจบแต่ไม่ได้ซื้อมา)
ไม่เคยอ่านของคนเขียนนี้มาก่อน ดูปกแล้ว ชอบปกแฮะ แต่พอเปิดดูข้างในทีแรกผิดหวังนิดๆ กับหน้าเปิดเรื่องที่วาดตัวเอกมาหน้าตาโรคจิตใช้ได้ (ก็สมเป็นโอตาคุดีอะนะ) แต่พออ่านๆไปซักพัก เออ เวอร์ชั่นนี้ก็สนุกแฮะ เนื้อเรื่องเดินเหมือนกัน แต่การเก็บรายละเอียดของเวอร์ชั่นนี้ ดูจะเน้นไปทางพระเอกและเหล่าผองเพื่อนกองเชียร์ชายโสดในอินเตอร์เน็ทมากกว่า และมีมุขตลกฮา ๆ เยอะกว่า (~ แต่ดูจะไม่เน้นเรื่องนางเอกเท่าไรเลยแฮะ เล่ม 1 มีนางเอกกระจึ๋งนึง) พออ่านจนจบก็รุ้สึกดีผิดคาดกับเวอร์ชั่นนี้ มันก้อสนุกไปอีกแบบ ฮาๆ ดี ตัวเอกดูสมเป็นโอตาคุ เอะอะกจะหนีกลับบ้านไปดูอนิเม อ่านการ์ตูนดีกว่า 5 5 5

ด้วยความที่อ่านเรื่องเดียวกันสองเวอร์ชั่นรวด ชักสับสนเหมือนกันว่ารายละเอียดไหนมาจากเล่มไหน แต่ถ้าให้ฟันธงล่ะก็ . . สนุกทั้งคู่อะ แต่ดูของ NED จะเน้นเรื่องรักๆมากกว่า และชอบงานเก่าๆของตาคนเขียนนี่ ส่วนของบงกชจะเน้นเรื่องกับเพื่อนๆ และมีมุขตลกฮาๆ

สงสัยว่าพออ่านจบแล้วคงต้องไปหาฉบับ movie มาดูบ้าง
.
.
.
.
.
.
รึควรจะไปหาแฟนแทนที่จะมาทำตัวใกล้เคียงโอตาคุอยู่หว่า




2006/Jul/09

การ์ตูนเก๊า~~เก่า ที่ขุดเอามานั่งอ่านใหม่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ด้วยความรู้สึกที่ว่า จำได้ว่ามันตลก แต่จำอะไรในเรื่องไม่ค่อยได้เลย เลยขุดเอามาอ่านใหม่


(ขี้เกียจสแกน หารูปเอาใน google นี่ล่ะ)

สมัยลงใน Boom แรกๆ คนอ่านแทบจะเขวี้ยงทิ้งตั้งแต่แรก (ผมคนนึง) เพราะลายเส้นที่ดูแล้วยิ่งกว่าชินจังช่วงเขียนใหม่ ๆ ซะอีก แต่อ่านไปซักพักก็จะเริ่ม get ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้ลงใน jump เพราะความแปลกใหม่ของมุขที่พระเอกอาศัยแต่ความลัคกี้ของพระเอก ที่เอาชนะมนุษย์ต่างดาวสุดร้ายตะละตัว และำพอดำเนินเรื่องไปได้ซัก 3-4 เล่มก็เริ่มดำเนินเรื่องตามสูตรการ์ตูนแอคชั่น คือ จับคู่ประลอง ศัตรูกลายเป็นเพื่อน ศัตรูใหม่โผล่มาร้ายกว่า ที่ต่างไปคือ พระเอกยังคงชนะด้วยความโชคดีล้วนๆ ฝีมือแทบไม่มีการพัฒนา = =

ส่วนตัวคิดว่า จุดเด่นของเรื่องนี้คือมุขที่ให้พระเอกชนะด้วยความลัคกี้ล้วนๆตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ไม่ว่าศัตรูจะโคตรพ่อเก่งกาจขนาดไหน ทำให้ใครๆก็จดจำการ์ตูนที่ชื่อลัคกี้แมนได้ แต่นอกนั้นแล้ว ก็ไม่ค่อยประทับใจอะไรกับการ์ตูนเรื่องนี้นัก 2 เล่มแรกเหมือนหนังขบวนการห้าสี ศัตรูโผล่ วางแผนร้าย พระเอกโผล่ ลัคกี้ ชนะศัตรูหนึ่งตัว จบตอน ไปเรื่อยๆ (พอเริมชินกับมุขก็เริ่มเบื่อ) เพราะความที่พระเอกมันชนะได้ทุกคน ไม่ว่าใคร ด้วยความลัคกี้ พอเล่ม 3 ก็เริ่มเพิ่มตัวละคร และก็เริ่มให้ตัวละครอื่นมามีบทสู้ อ่านไปอ่านมา เริ่มนึกถึงคินนิคุแมน ทั้งพระเอกที่ชนะด้วยความโชคดี (แต่คินนิคุแมนไม่ขนาดนี้) จับคู่ประลอง พลังมิตรภาพ ฮีโร่ที่ดัดแปลงมาแบบจงใจแซวอุลตร้าแมน ศํตรูหน้าตาประหลาดที่ให้ทางบ้านส่งดีไซน์ หน้าตาตัวละครฮีโร่ชินที่ไปแก้ดีไซน์ทีหลังหลังจากโผล่มาได้ซักพัก ศัตรูขนาดยักษ์ที่ยัดตัวเองเข้าไปในชุดด้านนอกเล็กจิ๋ว พอลอกคราบแล้วกลายเป็นคนละไซส์ etc.

นอกจากนั้น ในเล่มแรกๆยังมีส่วนที่อ่านแล้วขัดๆกับความเป็นการ์ตูนเด็ก คือ เน้นพระเอกที่อาศัยโชคล้วนๆ เก่งกว่าลูกศิษย์ผู้เน้นความอุตสาหะอย่างโดเรียคุแมน จนรู้สึกว่าความพยายามไร้ความหมาย พระเอกที่ตามจีบมิตจังซึ่่งเป็นนางเอก (เด็ก ม.ต้นที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น) แต่นิสัยเสียพอสมควร (แต่ก็ยังเป็นนางเอก เพราะสวย) แล้วพระเอกในร่างคนก็โดนเดสโยะจัง (เด็ก ม.ต้นที่น่าเกลียดที่สุดในญี่ปุ่น) ตามจับ (ก็วาดได้น่าเกลียดจริงๆในหลายๆฉาก มันดูอนาถจนไม่ควรเป็นการ์ตูนเด็ก) ถึงจะบอกว่าเป็นการ์ตูน แต่คิดว่าคนเขียนเองคงโดน feedback บ้าง ช่วงหลังๆจึงไม่มีเรื่องพวกนี้นัก และลดภาพที่ขัดลูกตาลง แต่มาเน้นมิตรภาพ ความถูกต้องมากขึ้น ตามสไตล์การ์ตูนเด็กที่ดี


สรุปว่า การ์ตูนเรื่องนี้ ก็ ok อ่านเพลินๆได้ มีมุขตลกเรื่อย ๆ และจะเริ่มสนุกขึ้นในช่วงเล่ม 3-4 ที่เริ่มดำเนินเรื่องตามสูตร มีความแปลกใหม่ที่่พระเอก แต่นอกนั้นก็เหมือนการ์ตูนสูตรทั่วไป

การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : คนคำนวณ หรือจะสู้ฟ้าลิขิต
ไอน์สไตน์หรือขงเบ้งมาอ่านคงเศร้าใจพิลึก :D  

2006/Jul/02

พอดีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา บงกชก็ออกเล่มจบของการ์ตูนเรื่องนี้ออกมา หลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะโดนลอยแพ



Chrono eyes (6 เล่มจบ) / Chrono eyes Glancer (ภาคต่อ 3 เล่มจบ) สนพ.บงกช

จะเกิดอะไรขึ้น หากวันนึง เราพบกับประสบการณ์ที่เจ็บปวด แล้วมีผู้หยิบยื่นทางเลือก ให้สามารถกลับไปแก้ไขกาลเวลา ให้มันเป็นดั่งใจ

โครโน่อายส์ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อ ไทกิ เด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิต ม.ปลายธรรมดา ได้ถูกองค์กรจากอนาคต "โครโน่อายส์" เลือกให้เขาเป็นตัวแทนผู้คน ที่มีหน้าที่ปกป้องกาลเวลา จากองค์กรอาชญากรรมกาลเวลา "ฮาเดสไซน์" ซึ่ง "ฮาเดส" ต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เพื่อให้เกิด time paradox เพื่อจะได้สร้างอนาคตให้เป็นดังที่ตนเองต้องการ

ลักษณะการดำเนินเรื่องของฮาเซกาว่า ยังคงสไตล์แบบเดียวกับเรื่องที่ผ่านๆมา คือ มีกลิ่นไอของนิยายวิทยาศาสตร์อ่อนๆ แต่ไม่มากจนต้องเป็นคนที่เป็นคอไซไฟจึงจะอ่านรู้เรื่อง สำหรับเรื่องนี้ ก็มีทฤษฎีเกี่ยวกับการท่องเวลา ลักษณะโลกคู่ขนาน ซึ่งเรื่องแนวย้อนเวลาในปัจจุบัน จะใช้ทฤษฎีนี้กัน มากกว่าแบบ Back to the future (เจาะเวลาหาอดีต) ที่มีจุดอ่อนและมีความซับซ้อนมากเกินไป

เนื้อเรื่องในช่วงแรก จะเดินเรื่องเรียบง่าย สบายๆ มีสอดแทรกมุขตลก แต่จะเริ่มมาขมวดปมขึ้นจนเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆในช่วงกลางเรื่องจนถึงท้ายเรื่อง ถ้าเทียบกับเรื่องเก่าๆอย่าง MAPS หรือ ไดซอร์ดแล้ว เรื่องนี้อาจจะด้อยกว่าบ้างในด้านความสนุก แต่ก็ยังเป็นการ์ตูนไซไฟที่อ่านสนุกเรื่องนึง คอไซไฟ พลาดไม่ได้ครับ

สำหรับคอไซไฟ จะเห็นว่าคนเขียนเอง น่าจะชอบไอแซค อาซิมอฟพอควร เพราะมีดาวที่จัดตั้ง "เฟาน์เดชั่น" (สถาบันสถาปนา) อยู่ห่างจากโลกหนึ่งแสนปีแสง เพื่อคอยควบคุมอนาคต หรือ กฏของหุ่นยนต์ ที่แอนดรอยด์ในเรื่องมี (ห้ามฆ่ามนุษย์) รวมถึงยังบ้าหุ่นยนต์พอสมควรด้วย

โครโน่ อายส์ เป็นการ์ตูนแนวไซไฟ ที่เขียนโดยนักเขียนมือเก๋าด้าน SF fantasy อีกคน คือ ฮาเซกาว่า ยูอิจิ ที่ดังมาจากเรื่อง MAPS (พิมพ์โดย SIC ยังไม่จบ แต่ฉบับไพเรทสมัยก่อนเคยมีพิมพ์จบไปนานแล้ว) สำหรับผม ฮาเซกาว่า ถือว่าเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องได้ ค่อนข้างมีมาตรฐานคนนึง เรื่องแต่ละเรื่อง ก็มีความสนุกในตัว อาจจะดังบ้างไม่ดังบ้าง แต่มาตรฐานงานก็ยังอยู่ในระดับเดียวกัน ผลงานที่ผ่านๆมา มีทั้งแนวไซไฟ และแฟนตาซี เช่น MAPS (1985), ไดซอร์ด หุ่นดาบจอมเทพ(1993), ครอสโบนกันดัม, V กันดัม, Z กันดัม

คำเตือน งานส่วนใหญ่ มักจะมีฉากแฟนเซอร์วิสอย่างหนัก = = (แต่ก็ไม่ได้วาดยั่วจนดู X อะไรหรอกนะ)

edit @ 2006/07/02 03:07:09
edit @ 2006/07/02 03:07:16
แก้คำผิด

edit @ 2006/07/16 02:08:45