Review-Comic

หลังจากการรอคอยอันยาวนานของคอการ์ตูนมีอายุ(~แก่)ทั้งหลาย :P ในที่สุด สนพ. VBK ก็ขุดเอาการ์ตูนไซไฟคลาสสิกอมตะ ของ มัตสึโมโต้ เรย์อิจิ มาพิมพ์ใหม่ในรอบ 20 กว่าปีที่เรื่องนี้เคยพิมพ์ในไทยครั้งแรก



Galaxy Express 999 เป็นการ์ตูนไซไฟ แฝงปรัชญา (ที่คนส่วนใหญ่ร้องยี้เวลาได้ยิน 2 คำนี้) เป็นเรื่องราวในยุคอนาคต ที่มนุษย์ได้แผ่ขยายอาณานิคมไปทั่วอวกาศ ยุคที่ผู้คนชั้นสูง นิยมเปลี่ยนร่างตัวเองเป็น"จักรกล" เพื่อชีวิตที่ยืนยาวกว่า ส่วนคนที่ไม่มีเงิน เปรียบเสมือนคนชั้นล่างของสังคม เทตซึโร่ พระเอก (ที่หน้าตาเห่ยที่สุดเรื่องนึงในบรรดาการ์ตูนดังๆ) เป็นคนธรรมดา ที่อาศัยอยู่กับแม่ แต่วันหนึ่ง แม่ของเทตซึโร่ ถูกฆ่าตายโดย ท่านเค้าต์จักรกล ก่อนตาย ได้สั่งเสียให้เทตซึโร่ จงไปมีร่างจักรกล เพื่อจะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้อีก เทตซึโร่ได้พบกับเมเทล สาวลึกลับชุดดำในหมวกทรงสูง (1 ในตัวละครคลาสสิกที่เห็นได้ในการ์ตูนล้อทั้งหลาย เช่น excel saga ฉบับ anime) เมเทลได้ให้ตั๋วรถไฟกาแล็กซี่ 999 ซึ่งเล่ากันว่าสถานีปลายทาง เป็นที่ๆมีร่างกายจักรกลแจกฟรี เทตซึโร่จึงร่วมเดินทางผ่านดาวซึ่่งมีสภาพสังคมหลากหลายต่างๆนานาไปกับเมเทล เพื่อไปเปลี่ยนร่างกายตนเองเป็นร่างจักรกล ที่สถานีสุดท้าย แอนโดรมีดา

เ รื่องนี้จะเน้นที่การเดินทางผ่านไปยังสังคมต่างๆ ที่ทำให้เทตซึโร่เติบโตขึ้น พร้อมๆกับสร้างคำถามแนวปรัชญาขึ้นมาตลอดเรื่อง เช่น การมีชีวิตอยู่ด้วยร่างจักรกล หรือมีชีวิตเกือบอมตะ เป็นสิ่งที่ดี จริงๆหรือ การมีชีวิตอยู่คืออะไร เป็นคำถามที่มักจะเจอเสมอกับเรื่องแนวไซไฟ ในเรื่องเอง ก็จะมีการผูกปมบางปมไว้เป็นระยะๆ เกี่ยวกับตัวเมเทล ซึ่งจะไปเฉลยตอนจบ แต่ความสนุกของเรื่องนี้ จริงๆอยู่ที่การเดินทาง ใครที่คิดจะไปหาฉบับ Movie ตอนเดียวจบมาดู แนะนำว่าอย่าดีกว่า เพราะมันจะ spoil เนื้อเรื่องทั้งหมด โดยตัดส่วนการเดินทางตรงกลางทิ้งทั้งยวง ทำให้ดูไม่สนุก ผมพลาดไปแล้ว > <"


หน้าปกฉบัับพิมพ์ในไทย ปี 1983 สภาพเหลืองอ๋อยในหิ้งบ้านผม เอิ้ก


น ายตรวจตั๋ว ประจำ 999 (ข้างหลังคือสาวเสิร์ฟร่างคริสตัล) - 1 ในตัวละครที่ดังที่กลายเป็นต้นแบบไว้ให้แซวของการ์ตูนที่มีนายตรวจตั๋วรถไฟโ ผล่มา (โดเรมอนตอนพิเศษ ก็มี) รู้สึกว่าทั้งเรื่อง จะไม่มีการโชว์ว่าใต้หมวกที่มีตาเรืองแสงหน้าตาเป็นยังไงจนจบเรื่อง ตัวละคร พ่อมดมนต์ดำใน series Final Fantasy ได้รับอิทธิพลเต็มๆมาจากตัวนี้แหงๆ



ค นเขียนคนนี้ เขียนเรื่องแนวไซไฟที่มีอนิเมมาฉายเยอะเหมือนกัน นอกจาก 999 แล้วก็มี กัปตันฮาล็อค สลัดอวกาศพลัง L (รักเด็ก เอิ้ก) ที่สมัยช่อง 9 ฉาย มีแปลเพลงเป็นภาษาไทยด้วย สมัยเด็กเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบดูมาก โหลดฉบับ remake มายังไม่ได้ดูเลยแฮะ



ต าคนเขียนแกชอบเขียนแบบจักรวาลร่วม นั่นคือ แต่ละเรื่องที่เขียน จะอยู่ในยุคเดียวกัน ตัวละครแต่ละเรื่องมักมีโอกาสโคจรมาเจอกันบ่อยๆ อีกตัวละครที่มักจะโผล่มาคือ queen เอเมรันด้า

ฉบับวาดใหม่ ชุดเท่ขึ้นเยอะ


จ ริงๆแล้ว บางทีผมก็สงสัยว่านิยายเรื่อง "เจ้าชายน้อย" ซึ่งเป็นนิยายแนวปรัชญา มันดังเพราะกระแส หรือเพราะเรื่องกันแน่ เพราะเจ้าชายน้อยเองนั้น ปรัชญามันอยู่ลึกและอ่านเข้าใจยาก มากกว่านิยายไซไฟหลายๆเรื่องด้วยซ้ำ หรือคนจะกลัวคำว่า "ไซไฟ" กัน ก่อนที่จะได้ลองอ่าน ถ้าอยากลองอ่านแนวไซไฟ ที่ไม่บู๊ อ่านได้เรื่อยๆ จบในตอน ก็ลองอ่าน 999 ดู (แต่ถ้าเด็กไปอาจอ่านไม่สนุกเลย มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กจะอ่านแล้วรู้สึกสนุก)



พอดีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา บงกชก็ออกเล่มจบของการ์ตูนเรื่องนี้ออกมา หลังจากที่เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะโดนลอยแพ



Chrono eyes (6 เล่มจบ) / Chrono eyes Glancer (ภาคต่อ 3 เล่มจบ) สนพ.บงกช

จะเกิดอะไรขึ้น หากวันนึง เราพบกับประสบการณ์ที่เจ็บปวด แล้วมีผู้หยิบยื่นทางเลือก ให้สามารถกลับไปแก้ไขกาลเวลา ให้มันเป็นดั่งใจ

โครโน่อายส์ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อ ไทกิ เด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิต ม.ปลายธรรมดา ได้ถูกองค์กรจากอนาคต "โครโน่อายส์" เลือกให้เขาเป็นตัวแทนผู้คน ที่มีหน้าที่ปกป้องกาลเวลา จากองค์กรอาชญากรรมกาลเวลา "ฮาเดสไซน์" ซึ่ง "ฮาเดส" ต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เพื่อให้เกิด time paradox เพื่อจะได้สร้างอนาคตให้เป็นดังที่ตนเองต้องการ

ลักษณะการดำเนินเรื่องของฮาเซกาว่า ยังคงสไตล์แบบเดียวกับเรื่องที่ผ่านๆมา คือ มีกลิ่นไอของนิยายวิทยาศาสตร์อ่อนๆ แต่ไม่มากจนต้องเป็นคนที่เป็นคอไซไฟจึงจะอ่านรู้เรื่อง สำหรับเรื่องนี้ ก็มีทฤษฎีเกี่ยวกับการท่องเวลา ลักษณะโลกคู่ขนาน ซึ่งเรื่องแนวย้อนเวลาในปัจจุบัน จะใช้ทฤษฎีนี้กัน มากกว่าแบบ Back to the future (เจาะเวลาหาอดีต) ที่มีจุดอ่อนและมีความซับซ้อนมากเกินไป

เนื้อเรื่องในช่วงแรก จะเดินเรื่องเรียบง่าย สบายๆ มีสอดแทรกมุขตลก แต่จะเริ่มมาขมวดปมขึ้นจนเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆในช่วงกลางเรื่องจนถึงท้ายเรื่อง ถ้าเทียบกับเรื่องเก่าๆอย่าง MAPS หรือ ไดซอร์ดแล้ว เรื่องนี้อาจจะด้อยกว่าบ้างในด้านความสนุก แต่ก็ยังเป็นการ์ตูนไซไฟที่อ่านสนุกเรื่องนึง คอไซไฟ พลาดไม่ได้ครับ

สำหรับคอไซไฟ จะเห็นว่าคนเขียนเอง น่าจะชอบไอแซค อาซิมอฟพอควร เพราะมีดาวที่จัดตั้ง "เฟาน์เดชั่น" (สถาบันสถาปนา) อยู่ห่างจากโลกหนึ่งแสนปีแสง เพื่อคอยควบคุมอนาคต หรือ กฏของหุ่นยนต์ ที่แอนดรอยด์ในเรื่องมี (ห้ามฆ่ามนุษย์) รวมถึงยังบ้าหุ่นยนต์พอสมควรด้วย

โครโน่ อายส์ เป็นการ์ตูนแนวไซไฟ ที่เขียนโดยนักเขียนมือเก๋าด้าน SF fantasy อีกคน คือ ฮาเซกาว่า ยูอิจิ ที่ดังมาจากเรื่อง MAPS (พิมพ์โดย SIC ยังไม่จบ แต่ฉบับไพเรทสมัยก่อนเคยมีพิมพ์จบไปนานแล้ว) สำหรับผม ฮาเซกาว่า ถือว่าเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องได้ ค่อนข้างมีมาตรฐานคนนึง เรื่องแต่ละเรื่อง ก็มีความสนุกในตัว อาจจะดังบ้างไม่ดังบ้าง แต่มาตรฐานงานก็ยังอยู่ในระดับเดียวกัน ผลงานที่ผ่านๆมา มีทั้งแนวไซไฟ และแฟนตาซี เช่น MAPS (1985), ไดซอร์ด หุ่นดาบจอมเทพ(1993), ครอสโบนกันดัม, V กันดัม, Z กันดัม

คำเตือน งานส่วนใหญ่ มักจะมีฉากแฟนเซอร์วิสอย่างหนัก = = (แต่ก็ไม่ได้วาดยั่วจนดู X อะไรหรอกนะ)

edit @ 2006/07/02 03:07:09
edit @ 2006/07/02 03:07:16
แก้คำผิด

edit @ 2006/07/16 02:08:45
การ์ตูนเก๊า~~เก่า ที่ขุดเอามานั่งอ่านใหม่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ด้วยความรู้สึกที่ว่า จำได้ว่ามันตลก แต่จำอะไรในเรื่องไม่ค่อยได้เลย เลยขุดเอามาอ่านใหม่


(ขี้เกียจสแกน หารูปเอาใน google นี่ล่ะ)

สมัยลงใน Boom แรกๆ คนอ่านแทบจะเขวี้ยงทิ้งตั้งแต่แรก (ผมคนนึง) เพราะลายเส้นที่ดูแล้วยิ่งกว่าชินจังช่วงเขียนใหม่ ๆ ซะอีก แต่อ่านไปซักพักก็จะเริ่ม get ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงได้ลงใน jump เพราะความแปลกใหม่ของมุขที่พระเอกอาศัยแต่ความลัคกี้ของพระเอก ที่เอาชนะมนุษย์ต่างดาวสุดร้ายตะละตัว และำพอดำเนินเรื่องไปได้ซัก 3-4 เล่มก็เริ่มดำเนินเรื่องตามสูตรการ์ตูนแอคชั่น คือ จับคู่ประลอง ศัตรูกลายเป็นเพื่อน ศัตรูใหม่โผล่มาร้ายกว่า ที่ต่างไปคือ พระเอกยังคงชนะด้วยความโชคดีล้วนๆ ฝีมือแทบไม่มีการพัฒนา = =

ส่วนตัวคิดว่า จุดเด่นของเรื่องนี้คือมุขที่ให้พระเอกชนะด้วยความลัคกี้ล้วนๆตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ไม่ว่าศัตรูจะโคตรพ่อเก่งกาจขนาดไหน ทำให้ใครๆก็จดจำการ์ตูนที่ชื่อลัคกี้แมนได้ แต่นอกนั้นแล้ว ก็ไม่ค่อยประทับใจอะไรกับการ์ตูนเรื่องนี้นัก 2 เล่มแรกเหมือนหนังขบวนการห้าสี ศัตรูโผล่ วางแผนร้าย พระเอกโผล่ ลัคกี้ ชนะศัตรูหนึ่งตัว จบตอน ไปเรื่อยๆ (พอเริมชินกับมุขก็เริ่มเบื่อ) เพราะความที่พระเอกมันชนะได้ทุกคน ไม่ว่าใคร ด้วยความลัคกี้ พอเล่ม 3 ก็เริ่มเพิ่มตัวละคร และก็เริ่มให้ตัวละครอื่นมามีบทสู้ อ่านไปอ่านมา เริ่มนึกถึงคินนิคุแมน ทั้งพระเอกที่ชนะด้วยความโชคดี (แต่คินนิคุแมนไม่ขนาดนี้) จับคู่ประลอง พลังมิตรภาพ ฮีโร่ที่ดัดแปลงมาแบบจงใจแซวอุลตร้าแมน ศํตรูหน้าตาประหลาดที่ให้ทางบ้านส่งดีไซน์ หน้าตาตัวละครฮีโร่ชินที่ไปแก้ดีไซน์ทีหลังหลังจากโผล่มาได้ซักพัก ศัตรูขนาดยักษ์ที่ยัดตัวเองเข้าไปในชุดด้านนอกเล็กจิ๋ว พอลอกคราบแล้วกลายเป็นคนละไซส์ etc.

นอกจากนั้น ในเล่มแรกๆยังมีส่วนที่อ่านแล้วขัดๆกับความเป็นการ์ตูนเด็ก คือ เน้นพระเอกที่อาศัยโชคล้วนๆ เก่งกว่าลูกศิษย์ผู้เน้นความอุตสาหะอย่างโดเรียคุแมน จนรู้สึกว่าความพยายามไร้ความหมาย พระเอกที่ตามจีบมิตจังซึ่่งเป็นนางเอก (เด็ก ม.ต้นที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น) แต่นิสัยเสียพอสมควร (แต่ก็ยังเป็นนางเอก เพราะสวย) แล้วพระเอกในร่างคนก็โดนเดสโยะจัง (เด็ก ม.ต้นที่น่าเกลียดที่สุดในญี่ปุ่น) ตามจับ (ก็วาดได้น่าเกลียดจริงๆในหลายๆฉาก มันดูอนาถจนไม่ควรเป็นการ์ตูนเด็ก) ถึงจะบอกว่าเป็นการ์ตูน แต่คิดว่าคนเขียนเองคงโดน feedback บ้าง ช่วงหลังๆจึงไม่มีเรื่องพวกนี้นัก และลดภาพที่ขัดลูกตาลง แต่มาเน้นมิตรภาพ ความถูกต้องมากขึ้น ตามสไตล์การ์ตูนเด็กที่ดี


สรุปว่า การ์ตูนเรื่องนี้ ก็ ok อ่านเพลินๆได้ มีมุขตลกเรื่อย ๆ และจะเริ่มสนุกขึ้นในช่วงเล่ม 3-4 ที่เริ่มดำเนินเรื่องตามสูตร มีความแปลกใหม่ที่่พระเอก แต่นอกนั้นก็เหมือนการ์ตูนสูตรทั่วไป

การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : คนคำนวณ หรือจะสู้ฟ้าลิขิต
ไอน์สไตน์หรือขงเบ้งมาอ่านคงเศร้าใจพิลึก :D